หากพูดถึงการสอบวัดระดับภาษาอังกฤษ หลายๆ คนจะคุ้นชินกับการสอบ TOEIC, IELTS หรือ TOEFL แต่นอกเหนือจากนี้ ยังมีอีกหนึ่งมาตรฐานที่ใช้วัดระดับภาษาอังกฤษ นั่นก็คือ CEFR สำหรับใครที่เกิดความสงสัย วันนี้ไปทำความรู้จักกับ CEFR ไปพร้อมๆ กัน

สอบ CEFR วัดระดับภาษาอังกฤษ

การสอบ CEFR คืออะไร?

CEFR ย่อมาจาก Common European Framework of Reference for Languages ซึ่งเป็นหนึ่งในการวัดระดับภาษาอังกฤษ หรือเป็นมาตรฐานสากลที่สร้างขึ้นโดยสหภาพยุโรป การสอบ CEFR มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินการใช้ภาษาที่ 2 หรือภาษาต่างประเทศ รวมถึงใช้เป็นแนวทางในการจัดการเรียนการสอนด้วย โดยการสอบ CEFR จะมีการกำหนดทักษะในการใช้ภาษาทั้งหมด 4 ด้าน คือ ฟัง พูด อ่าน และเขียน ในปัจจุบัน CEFR ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง ถ้าเป็นการทดสอบภาษาอังกฤษ ก็จะเทียบเคียงได้กับการสอบ TOEIC IELTS หรือ TOEFL

CEFR มีกี่ระดับ?

ในการสอบ CEFR จะมีทั้งหมด 6 ระดับ ซึ่งแต่ละระดับจะมีรายละเอียดที่แตกต่างกัน ดังนี้

ระดับ A1 (Beginner) : สามารถแนะนำตัวเอง ถามตอบ อ่านหรือพูดบทความสั้นๆ ได้ เข้าใจประโยคที่ใช้บ่อยๆ ในชีวิตประจำวัน แต่ช้าและชัดเจน

ระดับ A2 (Beginner) : สามารถแนะนำตัวเอง พูดและเขียนบทความสั้นๆ หัวข้อง่ายๆ ได้ สื่อสารเกี่ยวกับสิ่งที่คุ้นเคยอยู่แล้วหรือสิ่งที่ทำเป็นกิจวัตรได้

ระดับ B1 (Intermediate) : สามารถพูด เขียนหัวข้อที่ตนเองสนใจหรือความต้องการส่วนตัวได้ สามารถอธิบายเหตุการณ์ต่างๆ สื่อสารเรื่องที่คุ้นเคยได้อย่างมีเหตุผลและแบบแผน

ระดับ B2 (Intermediate) : สามารถสื่อสารกับเจ้าของภาษาได้อย่างไม่กังวล เข้าใจหลักความที่ซับซ้อนมากขึ้น ทั้งในรูปธรรมและนามธรรม สามารถเขียนอธิบายได้ในหัวข้อที่หลากหลาย บอกเหตุผล ข้อดี ข้อเสียได้ พูด หรือ Presentation ได้อย่างคล่องแคล่ว ชัดเจน

ระดับ C1 (Proficient) : สามารถสื่อสารได้อย่างคล่องแคล่ว ในเวลาสั้นๆ แสดงความคิดเห็นและเข้าใจความต้องการที่หลากหลาย เข้าใจบทความที่มีความยาวมากๆ สามารถวางรูปแบบ ทำความเข้าใจ พูด หรือ Presentation ในหัวข้อที่มีความซับซ้อน แต่ยังเป็นภาษาที่ไม่เป็นทางการมากนัก

ระดับ C2 (Proficient) : สามารถสื่อสาร และอภิปรายหัวข้อที่มีความซับซ้อนและหลากหลายได้อย่างมั่นใจ ทำความเข้าใจจากการอ่านและการได้ยินอย่างเป็นธรรมชาติ รวดเร็ว นำสารที่ได้รับมาปรับคำใช้เชื่อมโยงถึงกันได้

ข้อสอบ CEFR เป็นแบบไหน?

หลายคนเข้าใจผิดว่า CEFR เป็นการสอบที่มีข้อสอบของตัวเอง จริงๆ แล้วไม่มีข้อสอบ CEFR โดยตรง ไม่มีการจัดสอบเอง แต่เป็นการเทียบระดับจากคะแนนสอบวัดระดับทักษะภาษาอื่นๆ ที่ทดสอบทั้ง 4 ทักษะ เช่น IELTS, TOEFL(iBT) และTOEIC (4 ทักษะ) หรือการทดสอบวัดระดับภาษาอังกฤษอื่นๆ ที่สามารถนำคะแนนไปเทียบได้ โดยสามารถเปรียบเทียบระดับ CEFR ได้ดังนี้

CEFR ระดับ A1 

คะแนน IELTS  n/a

คะแนน TOEFL  n/a

คะแนน TOEIC  120-224

CEFR ระดับ A2 

คะแนน IELTS  n/a

คะแนน TOEFL  n/a

คะแนน TOEIC  225-554

CEFR ระดับ B1 

คะแนน IELTS  4.0-5.0

คะแนน TOEFL  42-71

คะแนน TOEIC  550-784

CEFR ระดับ B2

คะแนน IELTS  5.5-6.5 

คะแนน TOEFL  72-94

คะแนน TOEIC  785-784

CEFR ระดับ C1 

คะแนน IELTS  7.0-8.0

คะแนน TOEFL  95-108

คะแนน TOEIC  945-990

CEFR ระดับ C2 

คะแนน IELTS  9.0

คะแนน TOEFL  109-120

คะแนนTOEIC  n/a

ต้องยอมรับว่าในปัจจุบันภาษาอังกฤษถือเป็นภาษาที่สอง ที่มีความจำเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะในการสมัครงาน ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐหรือเอกชน การมีคะแนนรับรองความรู้ในด้านภาษาอังกฤษ ถือเป็นใบเบิกทางที่สำคัญมากเลยทีเดียว มีหลายตำแหน่ง หลายอาชีพที่จำเป็นต้องยื่นคะแนนสอบภาษาอังกฤษอย่าง TOEIC หรือ IETLS การเรียนเสริมและเก็งข้อสอบยังเป็นเรื่องที่จำเป็นสำหรับนักเรียนหรือแม้แต่บัณฑิต คนวัยทำงานก็เช่นกัน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *