Blog

How To คิดเกรด + คะแนน International A-Level พร้อมเทคนิคพิชิตคะแนนในฝัน

สำหรับน้อง ๆ ที่เรียนในหลักสูตรนานาชาติระบบอังกฤษ (British System) เป้าหมายสูงสุดในระดับชั้นมัธยมปลายคงหนีไม่พ้นการคว้าเกรดสวย ๆ อย่าง A หรือ A* ในการสอบ International A-Level เพื่อใช้เป็นตั๋วผ่านทางเข้าสู่มหาวิทยาลัยในฝัน

แต่เคยสงสัยกันไหมว่า ระบบการคิดเกรดของ International A-Level นั้นเขามีวิธีคำนวณอย่างไร? คะแนนดิบที่เราทำได้ในห้องสอบจะถูกแปลงไปเป็นเกรดสากลได้อย่างไร? วันนี้ EFL Learning Centre จะพาน้อง ๆ และผู้ปกครองมาเจาะลึก “วิธีคิดเกรดและเกณฑ์คะแนนแบบ International A-Level” ไขข้อข้องใจเรื่องระบบการสอบ พร้อมเทคนิคการวางแผนเป้าหมายคะแนนอย่างแม่นยำ

คะแนน International A-Level คืออะไร?

International A-Level ที่นิยมในไทยและทั่วโลกมีอยู่ 2 ระบบหลัก คือ Pearson Edexcel International A-Level (IAL) และ Cambridge International A-Level (CIE) ทั้งสองใช้โครงสร้าง AS Level + A2 เหมือนกัน จัดสอบปีละ 2 รอบ (พ.ค.-มิ.ย. และ ต.ค.-พ.ย.) และได้รับการยอมรับจากมหาวิทยาลัยชั้นนำทั่วโลก

ความแตกต่างหลักอยู่ที่ระบบคำนวณคะแนน Pearson Edexcel ใช้ UMS (Uniform Mark Scale) เป็นตัวกลาง ส่วน Cambridge ใช้คะแนนดิบเทียบกับ Grade Boundaries โดยตรง ซึ่งจะอธิบายในรายละเอียดด้านล่าง

📍 ข่าวดีสำหรับนักเรียนในเชียงใหม่และภาคเหนือ! EFL Learning Centre เป็นศูนย์สอบ Pearson Edexcel Approved Centre (หมายเลขศูนย์ 96711) แห่งแรกของภาคเหนือ ที่เปิดรับผู้สอบอิสระ (Private Candidate) แบบ 100% เต็มรูปแบบ! ไม่ว่าน้อง ๆ จะเรียนในโรงเรียนระบบปกติ (Formal School), ระบบนอกโรงเรียน (Non-Formal School) หรือเรียนแบบ Homeschooling ก็สามารถสมัครสอบ A-Level กับเราได้เลยวันนี้

นอกจากนี้ สำหรับน้องๆ ที่อยากอัปคะแนนให้พุ่ง ไม่ว่าจะวางแผนสอบบอร์ด Pearson Edexcel หรือ Cambridge ทางเราก็มีคอร์สติวเตรียมสอบพร้อมซัพพอร์ตครบทั้ง 2 ระบบ! เลือกติวบอร์ดที่ใช่เพื่อคณะในฝันกันได้เลย

โครงสร้างและการแบ่งสัดส่วนคะแนน International A-Level

การสอบ International A-Level ใน 1 รายวิชา (เช่น Physics, Chemistry, หรือ Mathematics) เกรดรวมสุดท้ายที่น้อง ๆ จะได้รับมาจากการผสมผสานคะแนนของข้อสอบย่อย ๆ (เรียกว่า Papers หรือ Components) ซึ่งสะท้อนผ่าน 2 ระดับชั้นเรียนหลัก ดังนี้:

1. สัดส่วนคะแนนระดับ AS Level (Advanced Subsidiary)

  • ช่วงเวลาเรียน: เรียนและสอบในช่วง Year 12 (เทียบเท่า ม.5)
  • สัดส่วนคะแนน: คิดเป็น 50% ของคะแนนวิชา A-Level ทั้งหมด
  • การคิดเกรดแยก: หากน้อง ๆ เลือกสอบเฉพาะพาร์ทนี้ ผลคะแนนจะออกมาเป็นเกรดตั้งแต่ A ถึง E เท่านั้น (พาร์ท AS จะยังไม่มีเกรด A*)

2. สัดส่วนคะแนนระดับ A2 Level

  • ช่วงเวลาเรียน: เรียนและสอบในช่วง Year 13 (เทียบเท่า ม.6) ซึ่งเนื้อหาจะลึกและประยุกต์ยากกว่า AS
  • สัดส่วนคะแนน: คิดเป็นอีก 50% ที่เหลือเพื่อนำมารวมกับคะแนน AS
  • การคิดเกรดรวม (Full A-Level): เมื่อนำคะแนนจากฝั่ง AS (50%) + A2 (50%) มารวมกันเต็ม 100% บอร์ดสอบถึงจะทำการประมวลผลออกมาเป็นเกรดรวมตั้งแต่ A*, A, B, C, D, E ให้กับน้อง ๆ นั่นเอง

ระบบ “Grade Boundaries” คืออะไร? มีวิธีคิดเกรดอย่างไร?

ต่างจากการสอบในระบบไทยหรือการสอบทั่วไปที่ล็อคเกณฑ์คะแนนดิบไว้ตายตัว (เช่น ได้ 80 คะแนนเท่ากับเกรด 4) แต่ในระบบ International A-Level จะใช้ระบบที่เรียกว่า Grade Boundaries (เกณฑ์ขั้นต่ำของแต่ละเกรด) ในการตัดสิน

Grade Boundaries คืออะไร?

คือ “คะแนนดิบขั้นต่ำ” (Minimum Raw Mark) ที่ผู้เข้าสอบต้องทำได้ในรอบสอบนั้น ๆ เพื่อให้ได้เกรดที่ต้องการ ซึ่งเกณฑ์นี้จะ “เปลี่ยนแปลงไปในทุกรอบสอบ” (ไม่ว่าจะเป็นรอบ พ.ค.-มิ.ย. หรือ และ ต.ค.-พ.ย.) ขึ้นอยู่กับสถิติและความยากง่ายของข้อสอบในรอบนั้น

ข้อแตกต่างในการคิดคะแนนของทั้ง 2 บอร์ดหลัก:

  • Cambridge (CAIE): จะนำคะแนนดิบ จากการสอบทุกพาร์ทมารวมกันตรง ๆ โดยจะมีการวิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติร่วมกับระดับความยากของข้อสอบแต่ละ Paper ในรอบนั้น ๆ แล้วเทียบเกรดรวมทันที
  • Pearson Edexcel: จะมีระบบที่เรียกว่า UMS (Uniform Mark Scale) โดยจะแปลงคะแนนดิบให้เป็นคะแนนมาตรฐาน UMS ก่อน เพื่อให้สามารถนำคะแนนจากการแยกสอบต่างรอบ สะสมมารวมกันเป็นเกรดสุทธิได้อย่างเป็นมาตรฐานและยุติธรรม

International A-Level มีเกรดอะไรบ้าง?

ทั้ง Pearson Edexcel และ Cambridge ใช้ระบบเกรดเดียวกัน

  • วุฒิ AS Level ได้รับเกรด: A / B / C / D / E
  • วุฒิ A Level เต็มรูปแบบ (AS + A2) ได้รับเกรด: A* / A / B / C / D / E

เกรด A* (A-Star) คือเกรดสูงสุด มหาวิทยาลัยชั้นนำในสหราชอาณาจักร เช่น Oxford และ Cambridge มักกำหนดให้ต้องมีเกรด A* ในบางวิชา

วิธีคิดเกรด International A-Level 

แม้จะใช้ระบบเกรดเหมือนกัน แต่วิธีคำนวณคะแนนของทั้งสองบอร์ดมีความแตกต่างกันในรายละเอียด

ระบบ Pearson Edexcel: UMS (Uniform Mark Scale)

Pearson Edexcel ใช้ระบบ UMS (Uniform Mark Scale) เพื่อแปลงคะแนนดิบจากแต่ละ Unit ให้เปรียบเทียบกันได้ข้ามรอบสอบ

ขั้นตอนการคิดเกรด Pearson Edexcel:

  • แปลงคะแนนดิบเป็น UMS — คะแนนดิบที่ได้ในแต่ละ Unit จะถูกแปลงเป็น UMS ตาม Grade Boundaries ของรอบสอบนั้น
  • รวม UMS ทุก Unit — นำ UMS ของทุก Unit ทั้งส่วน AS และ A2 มารวมกัน
  • ตัดสินเกรดสุดท้าย — UMS รวมถูกนำไปเทียบกับ Grade Boundaries ของ UMS เพื่อตัดสินเกรด

เงื่อนไขพิเศษสำหรับเกรด A* (Pearson Edexcel):

ได้ UMS รวมทั้งหมดระดับเกรด A ขึ้นไป และทำคะแนน UMS ในส่วน A2 ได้ 90% ขึ้นไป

ระบบ Cambridge (CAIE): Raw Mark + Grade Boundaries

Cambridge ใช้ระบบที่ตรงไปตรงมากว่า โดยนำคะแนนดิบของแต่ละ Component มารวมกัน แล้วเทียบกับ Grade Boundaries ที่ประกาศหลังสอบ

ขั้นตอนการคิดเกรด Cambridge:

  • รวมคะแนนดิบ จากทุก Component ในแต่ละ Paper ตามน้ำหนักที่กำหนด
  • เทียบกับ Grade Boundaries ของรอบสอบนั้น
  • ตัดสินเกรดสุดท้าย สำหรับแต่ละวิชา

เงื่อนไขพิเศษสำหรับเกรด A* (Cambridge):

ได้เกรด A โดยรวม และทำคะแนนในส่วน A2 Components ได้สูงตามเกณฑ์ที่ Cambridge กำหนดในแต่ละวิชา

สรุปความแตกต่างหลัก: Pearson Edexcel ใช้ UMS เป็นตัวกลางเพื่อทำให้คะแนนต่างรอบเปรียบเทียบกันได้ ส่วน Cambridge ใช้คะแนนดิบโดยตรงกับ Grade Boundaries ที่ปรับตามความยากของแต่ละรอบ ผลลัพธ์ด้านเกรดคล้ายกัน แต่วิธีการคำนวณต่างกัน

วิธีวางแผนเป้าหมายคะแนน International A-Level 

1. ดู Grade Boundaries ย้อนหลัง

ทั้ง Pearson Edexcel และ Cambridge เผยแพร่ Grade Boundaries ของทุกรอบสอบที่ผ่านมาบนเว็บไซต์อย่างเป็นทางการ

การดู Grade Boundaries ย้อนหลัง 3-5 รอบจะช่วยให้น้องๆ ประเมินได้ว่าวิชาที่เลือกมีเกณฑ์คะแนนโดยทั่วไปอยู่ที่ระดับไหน และวางเป้าหมายคะแนนดิบได้แม่นยำขึ้น

2. ฝึกทำ Past Papers พร้อม Mark Scheme

การฝึกทำข้อสอบเก่าคือวิธีเตรียมสอบที่ได้ผลดีที่สุด เพราะ

  • ทำให้เข้าใจรูปแบบการออกข้อสอบของแต่ละบอร์ด
  • เรียนรู้วิธีเขียนคำตอบที่ตรงกับ Mark Scheme
  • ฝึกบริหารเวลาในการทำข้อสอบจริง

3. ทำ Mock Exam ในสภาพแวดล้อมใกล้เคียงสนามสอบจริง

การสอบจำลองช่วยให้ประเมินระดับความพร้อมได้แม่นยำ และรู้ว่าต้องเพิ่มเติมส่วนใดก่อนถึงวันสอบจริง

ท้ายสุดนี้ อย่าลืมลองแวะดูคอร์สเรียนเตรียมสอบ A-Level จากเรา มีคอร์สสอนภาษาอังกฤษให้เลือกหลากหลายสำหรับผู้เรียนทุกช่วงวัย ทุกการเตรียมสอบวัดระดับ หรือศึกษาต่อ หากยังไม่มั่นใจว่าคุณควรจะเลือกคอร์สเรียนภาษาอังกฤษแบบไหนดี เพื่อให้เหมาะกับตัวคุณเองมากที่สุด สามารถติดต่อเราได้ตามช่องทางต่างๆ เพื่อปรึกษาวางแผนการเรียนได้ตลอดเวลา เรายินดีพร้อมให้บริการคุณ

โดย EFL Learning Centre

ศูนย์การเรียนรู้ EFL แบ่งปันคำแนะนำที่นำไปใช้ได้จริง อัปเดตข่าวสารของโรงเรียน และข้อมูลเชิงลึกด้านการเรียนภาษาอังกฤษ สำหรับนักเรียน ผู้ปกครอง และพันธมิตรด้านการศึกษา พร้อมสำรวจแนวทางที่เป็นประโยชน์เกี่ยวกับการพัฒนาทักษะภาษา การเตรียมตัวสอบ เส้นทางการศึกษา และโอกาสในการเรียนอย่างมั่นใจ

แชร์

ข่าวสารอื่นๆ

สอบ GED ยากไหม ต้องเก่งภาษาอังกฤษระดับไหน?

“EFL Learning Centre” ฉลอง 22 ปี เปิดศูนย์แนะแนวใหม่ ดันเยาวชนไทยสู่เวทีโลกด้วย AI วิเคราะห์ศักยภาพลึก

เคล็ดลับเลือกวิชา IGCSE และ A-Level ให้สอบติดคณะที่ใช่

ประชุมเตรียมจัด “มหกรรมศิลปหัตถกรรมนักเรียนนอกระบบเชียงใหม่ 2569”

มีคำถามเพิ่มเติมใช่หรือไม่?

พูดคุยกับทีมงานของเราเพื่อเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับคอร์สภาษาอังกฤษ การเตรียมสอบ และเส้นทางการเรียนรู้ทางวิชาการที่

EFL Learning Centre School

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า