kiralık hacker kiralık hacker kiralık hacker avvabet düşük ilacı satın al düşük ilacı satın al düşük ilacı satın al düşük ilacı satın al düşük ilacı satın al düşük ilacı satın al a href="https://dusukilacisatinal.store/">düşük ilacı satın al a href="https://bernhardtcontracting.com/">düşük ilacı satın al
Blog

9 วิธีฝึกพูดภาษาอังกฤษง่าย ๆ แค่เดือนเดียวก็เก่งขึ้นได้

อยากพูดภาษาอังกฤษให้คล่องเหมือนเจ้าของภาษา ไม่จำเป็นต้องใช้เวลาฝึกนานเลยค่ะ หากเรารู้วิธีการฝึกที่ถูกต้องและขยันฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอ ภายในระยะเวลา 1 เดือนก็สามารถพัฒนาทักษะการพูดและสนทนาภาษาอังกฤษได้อย่างมั่นใจ วันนี้เราจะมาแชร์ 9 เทคนิคง่าย ๆ ในการฝึกพูดภาษาอังกฤษด้วยตัวเอง ลองไปทำตามกันเลย

1. พูดไปเลยไม่ต้องกลัวผิด

ปัญหาของคนฝึกพูดภาษาอังกฤษส่วนใหญ่คือ อาย ไม่กล้าพูด กลัวว่าจะพูดผิด แต่จริง ๆ แล้วการพูดผิดไม่ใช่เรื่องน่าอายอะไรเลยค่ะ คนที่เราเห็นว่าเขาพูดภาษาอังกฤษเก่งๆ ก็เคยพูดผิดมาแล้วทั้งนั้น หรือเวลาคนต่างชาติพูดภาษาไทยผิด เราก็ไม่ได้มองว่าแปลก เพราะภาษาไทยไม่ใช่ภาษาแม่ของเขา ดังนั้นอย่ากลัวที่จะพูด ถ้ายังไม่มั่นใจให้ฝึกพูดหน้ากระจกบ่อย ๆ โดยเริ่มจากการฝึกพูดประโยคภาษาอังกฤษง่าย ๆ หรือประโยคสั้น ๆ แล้วค่อยปรับให้ยากขึ้น รับรองว่าวันหนึ่งเราจะสื่อสารภาษาอังกฤษเก่งขึ้นอย่างแน่นอน

2. อย่ากังวลกับแกรมม่ามากเกินไป

การใช้แกรมม่าให้ถูกต้องเป็นเรื่องที่ดี แต่สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มหัดพูดภาษาอังกฤษ ยังไม่ต้องให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มากก็ได้ค่ะ เพราะแม้แต่เจ้าของภาษาหลายคนก็มีการใช้แกรมม่าผิดบ้างเหมือนกัน ถ้าเรามัวแต่กังวลเรื่องแกรมม่าจนประหม่า ไม่กล้าพูดออกไป ก็จะกลายเป็นว่าเราไม่ได้พัฒนาอะไรเลย เพราะฉะนั้นแค่พยายามเรียบเรียงให้เป็นประโยคง่าย ๆ ไม่ต้องซับซ้อนมาก แล้วพูดออกมา เน้นให้ผู้ฟังเข้าใจในสิ่งที่เราต้องการจะสื่อสาร เพียงเท่านี้เราก็จะมีความกล้าและความเก่งในการพูดภาษาอังกฤษแม้ผิดแกรมม่ามากขึ้นแล้ว

3. ฝึกพูดให้บ่อย

อยากพูดอังกฤษได้เริ่มยังไง? ก็ต้องเริ่มจากการฝึกพูดภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวันให้บ่อย เปรียบง่าย ๆ เหมือนกับการขี่จักรยาน แรก ๆ อาจจะมีเซมีล้มเป็นธรรมดา แต่พอขี่ไปทุกวันกล้ามเนื้อก็จะจดจำและขี่ได้สบายแบบไม่ต้องพยายามเลย การฝึกพูดก็เช่นกัน พอได้พูดบ่อยขึ้น กล้ามเนื้อที่ใช้ในการออกเสียงก็จะเกิดความเคยชิน ทำให้พูดได้คล่องและมั่นใจมากขึ้น หรือไม่ก็อาจจะหาเพื่อนหรือกลุ่มคนที่สนใจเรียนภาษาอังกฤษเหมือนกันมาฝึกพูดด้วยกัน หรือหาเพื่อนที่เป็นชาวต่างชาติ จะได้เรียนรู้เรื่องการออกเสียงและสำเนียงที่ถูกต้อง รวมถึงคำศัพท์แสลงใหม่ ๆ ที่นิยมใช้ในปัจจุบันด้วย

4. ฝึกคิดเป็นภาษาอังกฤษ

ถ้าไม่ค่อยมีคนให้พูดภาษาอังกฤษด้วย แต่อยากพูดภาษาอังกฤษได้คล่องขึ้น แนะนำให้ฝึกคิดเป็นภาษาอังกฤษ เช่น วางแผนว่าวันนี้จะทำอะไร อยากไปไหน ถามตอบกับตัวเองในใจ หรือจะชม จะบ่นอะไร ก็เปลี่ยนเป็นภาษาอังกฤษในใจให้หมด เช่น เสื้อตัวนี้สวยจัง วันนี้ร้อนมาก รถติดมากเลย ฯลฯ ถ้าอยู่คนเดียวจะพูดออกเสียงมาเลยก็ได้ วิธีนี้จะทำให้เราได้ทบทวนคำศัพท์และฝึกการแต่งประโยคไปในตัว ยิ่งทำบ่อยสมองก็จะคุ้นเคยกับการคิดเป็นภาษาอังกฤษ และไม่ต้องเสียเวลาแปลจากภาษาไทยเป็นภาษาอังกฤษอีกที ทำให้เวลาพูดคุยโต้ตอบกับคนอื่นจะมีความลื่นไหลมากขึ้น

5. ดูหนังฟังเพลงเป็นภาษาอังกฤษ

การสื่อสารประกอบไปด้วยการพูดและการฟัง เพราะฉะนั้นการจะพูดภาษาอังกฤษให้ได้เร็วก็ต้องหัดฟังให้เข้าใจด้วยถึงจะสนทนาโต้ตอบได้ ฉะนั้นเมื่อมีเวลาว่าง เราขอแนะนำให้ฟังเพลง ฟัง Podcast หรือหารายการ ซีรี่ส์และภาพยนตร์ ที่เป็นภาษาอังกฤษมาดู แล้วเปิดซับไตเติ้ลภาษาอังกฤษไปด้วย ซึ่งวิธีนี้ เราไม่จำเป็นต้องเข้าใจเนื้อหาภาษาอังกฤษทั้งหมดก็ได้ แค่พยายามจับใจความสำคัญให้ได้ว่าเขาพูดถึงเรื่องอะไร หรือสถานการณ์ในฉากนั้น ๆ เป็นอย่างไร จดจำสำนวนที่ใช้บ่อย รวมถึงการออกเสียงคำต่างๆ จะช่วยให้ทักษะการพูดภาษาอังกฤษของเราดีขึ้นได้อย่างแน่นอน

6. หาไอดอลในการฝึกภาษา

จริงๆ แล้วภาษาอังกฤษมีสำเนียงที่หลากหลายมาก เช่น สำเนียงบริติช สำเนียงอเมริกัน เวลาฝึกอาจจะหาไอดอลสักคนที่ชอบ อาจเป็นนักร้อง นักแสดง ยูทูปเบอร์ ฯลฯ ที่มีสำเนียงที่เราอยากพูดให้ได้แบบนั้น เลือกคนที่พูดชัด ฟังง่าย แล้วฝึกพูดประโยคภาษาอังกฤษตามเขา วิธีนี้จะช่วยฝึกทั้งการฟัง การออกเสียง ไปจนถึงการใช้โทนเสียงสูง-ต่ำ (Intonation) การเน้นเสียงหนักเบา (Word Stress) จังหวะการพูดที่เป็นธรรมชาติ นอกจากนี้เราจะยังได้เรียนรู้สำนวนและประโยคที่สามารถนำไปใช้ได้จริงในชีวิตประจำวันด้วย

7. อ่านออกเสียง

การอ่านออกเสียง ก็เป็นอีกหนึ่งวิธีฝึกพูดภาษาอังกฤษที่ง่าย ทำให้ได้เรียนรู้คำศัพท์ใหม่ ๆ เพิ่มขึ้น และเมื่อคลังคำศัพท์ของเราใหญ่ขึ้น ก็จะช่วยให้สื่อสารได้คล่องตัวมากขึ้นด้วยเช่นกัน โดยเริ่มจากการเลือกเนื้อหาที่ไม่ยากจนเกินไป หรือเลือกเรื่องที่เราสนใจ ซึ่งไม่จำเป็นต้องยาวหรือเป็นเนื้อหาวิชาการ อาจจะเป็นโพสต์บนโซเชียล ข่าวที่เราสนใจ นิยายที่เราชอบก็ได้ทั้งนั้น อ่านช้าๆ ออกเสียงทีละคำอย่างชัดเจน หากเจอคำที่ยังออกเสียงไม่ถูกหรือออกเสียงได้ไม่ชัด ก็จดไว้ไปฝึกเพิ่ม อย่าลืมหมั่นฝึกฝนโดยการออกเสียงบ่อย ๆ เราจะได้พูดภาษาอังกฤษได้คล่องขึ้นนั่นเอง

8. แอปฝึกพูดภาษาอังกฤษ

ปัจจุบันมีแอปพลิเคชันช่วยสอนพูดภาษาอังกฤษมากมาย อีกทั้งยังสามารถดาวน์โหลดมาใช้บริการได้ฟรี และเลือกระดับความยาก-ง่ายได้ตามต้องการ ในแอปจะมีฟีเจอร์ต่าง ๆ ที่ช่วยฝึกเรื่องการออกเสียงที่ถูกต้อง มีแบบฝึกหัดทบทวน มีประโยคฝึกพูดภาษาอังกฤษในสถานการณ์ต่าง ๆ ให้เรียนรู้และนำไปใช้ บางแอปก็สามารถพูดคุยกับผู้เรียนคนอื่นๆ จากทั่วโลก หรือเจ้าของภาษาได้ด้วย ใครที่อยากฝึกพูดภาษาอังกฤษกับชาวต่างชาติบ่อย ๆ ลองคุยผ่านแอปเหล่านี้ได้เลย

9. ฝึกภาษาที่ต่างประเทศ

ถ้ามีงบประมาณและเวลามากพอ การไปเรียนภาษาที่ต่างประเทศสักเดือน เป็นวิธีที่ได้ผลดีมาก จะได้ใช้ภาษาอังกฤษทั้งวันและฝึกภาษาที่ใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น การสั่งอาหาร ซื้อของ ถามทาง หรือแม้กระทั่งการสนทนากับคนท้องถิ่น ที่สำคัญต้องตั้งกฎกับตัวเองให้งดการใช้ภาษาไทย เพราะบางคนเวลาไปกับเพื่อนหรือไปเจอเพื่อนคนไทย ก็พูดภาษาไทยกันเหมือนเดิม ทำให้ไม่ได้พัฒนาเท่าที่ควรนั่นเองใครกำลังฝึกวิธีพูดภาษาอังกฤษอยู่ก็ลองนำเทคนิคเหล่านี้ไปทำตามกันดูได้นะคะ แต่ถ้าอยากพัฒนาแบบเห็นผลเร็ว แนะนำให้ทำควบคู่ไปกับการสมัครเรียนที่ EFL Learning Centre เพราะการมีคนคอยแนะนำย่อมดีกว่าการลองผิดลองถูกด้วยตัวเอง ที่ EFL เรามีคอร์สฝึกพูดภาษาอังกฤษ พร้อมปูพื้นฐานเรื่องการฟัง อ่าน เขียน ที่จะช่วยพัฒนาทักษะการสื่อสารภาษาอังกฤษแบบรอบด้าน สำหรับนักเรียนทุกระดับ แถมยังได้เรียนกับทิชเชอร์ชาวต่างชาติที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาแม่ และผ่านการอบรมจาก Pearson Edexcel Approved Centre อีกด้วย ทั้งสนุก และได้ความรู้ที่นำไปใช้ได้จริง ต่อยอดได้ทั้งการเรียนและการทำงาน ติดต่อเราวันนี้เลย!

โดย EFL Learning Centre

ศูนย์การเรียนรู้ EFL แบ่งปันคำแนะนำที่นำไปใช้ได้จริง อัปเดตข่าวสารของโรงเรียน และข้อมูลเชิงลึกด้านการเรียนภาษาอังกฤษ สำหรับนักเรียน ผู้ปกครอง และพันธมิตรด้านการศึกษา พร้อมสำรวจแนวทางที่เป็นประโยชน์เกี่ยวกับการพัฒนาทักษะภาษา การเตรียมตัวสอบ เส้นทางการศึกษา และโอกาสในการเรียนอย่างมั่นใจ

แชร์

ข่าวสารอื่นๆ

สอบ IELTS เชียงใหม่ที่ไหนดี? รวมสนามสอบและวิธีเลือกคอร์สติวให้พร้อมก่อนสอบ

Personalised Education คืออะไร? การศึกษาที่เหมาะกับเด็กแต่ละคน

EFL i-High School ชู Personalised Education ผ่านเรื่องราว “น้องเอวา” กับเส้นทางการเรียนเฉพาะบุคคล

EFL เชียงใหม่ ขับเคลื่อน SDG 4 สู่ “1 โรงเรียน 3 ระบบ”

มีคำถามเพิ่มเติมใช่หรือไม่?

พูดคุยกับทีมงานของเราเพื่อเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับคอร์สภาษาอังกฤษ การเตรียมสอบ และเส้นทางการเรียนรู้ทางวิชาการที่

EFL Learning Centre School

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า