göktürk escort taksim escort esenyurt escort beylikdüzü escort beylikdüzü escort fatih escort fatih escort göktürk escort göktürk escort deneme bonusu veren siteler deneme bonusu veren siteler
Blog

รวมทุกเรื่องที่ต้องรู้เกี่ยวกับการเตรียมตัวสอบ TOEIC ปี อัปเดต 2026

ปี 2026 นี้ รูปแบบข้อสอบ New TOEIC ยังคงความเข้มข้นเหมือนเดิม แต่มีการอัปเดตบริบทของคำศัพท์ให้ทันสมัยตามโลกธุรกิจยุคใหม่ สำหรับใครที่กำลังมองหาที่ติว TOEIC เชียงใหม่ หรือวางแผนจะสอบครั้งแรก ต้องเตรียมตัวอย่างไร? มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปบ้าง? และจะทำยังไงให้ได้คะแนนดี มาหาคำตอบไปพร้อมกันเลย!

ข้อสอบโทอิค (TOEIC) คืออะไร?

การสอบโทอิค – TOEIC หรือที่ย่อมาจาก Test of English for International Communication คือ การสอบวัดระดับความสามารถในการใช้ภาษาอังกฤษโดยทั่วไป สำหรับคนทำงานในตลาดแรงงานโดยเฉพาะ ผู้ที่สอบอาจจะเป็นคนที่กำลังมองหางาน หรือนักศึกษาที่กำลังจะก้าวเข้าตลาดงาน

ตั้งแต่ในอดีตข้อสอบ TOEIC นี้จะวัดความสามารถในการใช้ภาษาอังกฤษที่เกี่ยวข้องกับการอ่านและฟัง (Reading & Listening) เป็นหลัก แต่ภายหลังได้มีการทำข้อสอบที่วัดการพูดและเขียน (Speaking & Writing) ออกมาด้วย แต่ส่วนใหญ่ก็ยังยึดผลการสอบของ Reading & Listening เป็นหลัก

ทำไมต้องสอบ TOEIC เอาผลคะแนนโทอิคไปทำอะไรได้?

ในประเทศไทย คะแนน TOEIC มักเป็นหนึ่งในคุณสมบัติที่บริษัทเอกชนมักจะระบุไว้ในการประกาศหาบุคคลเข้าทำงานในองค์กร โดยเฉพาะในบริษัทข้ามชาติ และในสายงานที่เกี่ยวข้องกับด้านการบิน การท่องเที่ยวและโรงแรม ผลคะแนนที่ได้สามารถนำไปเป็นหลักฐานให้เห็นว่าความสามารถในการใช้ภาษาอังกฤษของเรานั้นอยู่ในระดับประมาณใด

ปัจจุบันบางมหาวิทยาลัยบังคับให้นักศึกษาที่กำลังจะเป็นบัณฑิตทุกคนยื่นคะแนน TOEIC ก่อนรับใบจบ ทำให้เดี๋ยวนี้หลายคนเริ่มมองหาคอร์สเรียนภาษาอังกฤษ เพื่ออัปเกรดโปรไฟล์ตั้งแต่ยังเรียนไม่จบ โดยที่คะแนนจะต้องผ่านเกณฑ์ที่กำหนด ทั้งนี้เพื่อให้นิสิตนักศึกษาที่จบออกไปมีความรู้ด้านภาษาอังกฤษติดต่อออกไปสู่ตลาดงาน ทำให้เดี๋ยวนี้บางคนต้องสอบ TOEIC กันตั้งแต่ยังเรียนไม่จบเลยทีเดียว

การเตรียมตัวก่อนสอบ TOEIC ต้องรู้อะไรบ้าง?

หากถามว่าสอบ TOEIC ต้องเตรียมอะไรบ้าง? คำตอบแรกคือการทำความเข้าใจโครงสร้างข้อสอบปัจจุบัน อย่างที่ได้บอกไปแล้วข้างต้นว่าการ สอบ TOEIC แบ่งเป็น 2 ทักษะคือ Listening Comprehension (ทักษะการฟัง) และ Reading Comprehension (ทักษะการอ่าน)

  • ข้อสอบมีทั้งหมด 200 ข้อเป็นแบบ multiple choices (ปรนัย)
  • เวลาในการทำข้อสอบ 2 ชั่วโมง
  • คะแนนเต็มอยู่ที่ 990 คะแนน

และอย่างที่หลายคนอาจจะทราบดีอยู่แล้วว่าข้อสอบ TOEIC ในปี 2026 ได้มีการปรับปรุงโครงสร้าง โดยความแตกต่างของ TOEIC 2026 เรานำมาเปรียบเทียบกับข้อสอบเก่าให้ดูในชาร์ตข้างล่างนี้แล้ว ไปดูกันเลย!

Section 1: Listening Comprehension (การฟัง)

ในส่วนของการฟัง 100 ข้อ (45 นาที) มีการปรับสัดส่วนดังนี้

  • Part 1 Photographs: ลดจำนวนลงเหลือ 6 ข้อ (จากเดิม 10 ข้อ) โดยยังเป็นการดูรูปภาพและฟังเสียงบรรยาย
  • Part 2 Question-Response: ลดจำนวนลงเหลือ 25 ข้อ (จากเดิม 30 ข้อ) เน้นการฟังเสียงถาม-ตอบเพียงอย่างเดียว
  • Part 3 Short Conversations: เพิ่มจำนวนขึ้นเป็น 39 ข้อ (จากเดิม 30 ข้อ) รวมทั้งหมด 13 บทสนทนา โดยความพิเศษของรูปแบบใหม่คือ บางบทจะมีภาพประกอบให้ดูประกอบการตอบด้วย
  • Part 4 Short Talks: ยังคงจำนวนไว้ที่ 30 ข้อ เท่าเดิม (10 บทสนทนา)

Section 2: Reading Comprehension (การอ่าน)

ในส่วนของการอ่าน 100 ข้อ (75 นาที) เน้นการอ่านที่ซับซ้อนขึ้น

  • Part 5 Incomplete Sentences: ลดจำนวนลงเหลือ 30 ข้อ (จากเดิม 40 ข้อ) ยังคงเน้นการเติมประโยคให้สมบูรณ์
  • Part 6 Text Completion: เพิ่มจำนวนขึ้นเป็น 16 ข้อ (จากเดิม 12 ข้อ) เป็นการเติมข้อความในบทความให้สมบูรณ์
  • Part 7 Reading Comprehension: เพิ่มจำนวนขึ้นเป็น 54 ข้อ (จากเดิม 48 ข้อ) เน้นทักษะการอ่านเพื่อจับใจความสำคัญจากเนื้อหาที่ยาวและหลากหลายขึ้น

สรุปภาพรวมความเปลี่ยนแปลง ข้อสอบรูปแบบใหม่จะลดน้ำหนักในส่วนของประโยคสั้นๆ (Part 1, 2 และ 5) แล้วไปเพิ่มน้ำหนักในส่วนของบทสนทนาและการอ่านเนื้อความยาวๆ (Part 3, 6 และ 7) แทน สำหรับใครที่กำลังวางแผนติว TOEIC การฝึกทักษะการอ่านเร็วและการจับใจความจากบทสนทนาที่มีตัวละครมากกว่า 2 คนขึ้นไป จึงเป็นเทคนิคที่ช่วยให้ทำคะแนนได้ดีขึ้นในปี 2026 นี้ครับ

เทคนิคการเตรียมตัวสอบ TOEIC แบบใหม่ (เปรียบเทียบแต่ละ Part)

  • Section 1: Listening (100 ข้อ) * Part 1 Photographs (6 ข้อ), Part 2 (25 ข้อ), Part 3 (39 ข้อ – มีภาพประกอบ), Part 4 (30 ข้อ)
  • Section 2: Reading (100 ข้อ) * Part 5 (30 ข้อ), Part 6 (16 ข้อ), Part 7 Reading Comprehension (54 ข้อ – เน้นการอ่านจับใจความซับซ้อนขึ้น)

วางแผนเตรียมตัวสอบ TOEIC ตามเวลาที่มี

หลายคนอาจมีเวลาจำกัดในการเตรียมตัวสอบโทอิค จึงควรมีแนวทางที่ชัดเจนดังนี้

  • เตรียมตัวสอบ TOEIC 1 อาทิตย์: เน้นการทำโจทย์จำลอง (Mock Test) ให้ครบทุก Part เพื่อสร้างความคุ้นเคยกับความกดดันและเวลา
  • เตรียมตัวสอบ TOEIC 1 เดือน: เหมาะสำหรับการเก็บคลังคำศัพท์และแม่นยำเรื่องไวยากรณ์ (Grammar) โดยอาจจะเลือกซื้อหนังสือเตรียมสอบ TOEIC มาอ่านควบคู่กับการทำโจทย์
  • เตรียมตัวสอบ TOEIC ไม่มีพื้นฐาน: หากคุณรู้สึกว่าพื้นฐานยังไม่แน่น การเริ่มต้นจากเตรียมตัวสอบ TOEIC ด้วยตัวเองอาจจะยากเกินไป แนะนำให้มองหาสถาบันสอนภาษา เพื่อช่วยปูพื้นฐานและให้เทคนิคทางลัดที่ถูกต้อง

ระดับของผลคะแนนโทอิค (TOEIC)

ผลคะแนนเป็นตัวเลขตั้งแต่ 10-990 ซึ่งอาจใช้แปรผลเป็นระดับทักษะในการใช้ภาษาอังกฤษของเจ้าของคะแนนได้ โดยได้มีการแบ่งช่วงคะแนนออกเป็นระดับดังนี้

  • International Professional Proficiency: สามารถสื่อสารได้อย่างมีประสิทธิภาพในทุกสถานการณ์
  • Working Proficiency Plus: สามารถสื่อสารเกี่ยวกับการทำงานส่วนใหญ่ได้ ด้วยการใช้ภาษาที่ยอมรับได้และมีประสิทธิภาพ แต่ไม่ครอบคลุมทุกสถานการณ์
  • Limited Working Proficiency: สามารถใช้ภาษาสื่อสารได้ในบริบททั่วไป แต่สามารถใช้ภาษาทำงานได้อย่างจำกัด
  • Elementary Proficiency Plus: สามารถเริ่มบนสนทนาและโต้ตอบการสนทนาแบบเห็นหน้าได้ สามารถใช้ภาษาสื่อสารในบริบททั่วไปอย่างจำกัด
  • Elementary Proficiency: สามารถใช้ภาษาสื่อสารได้ แต่ไม่มีประสิทธิภาพนัก สามารถโต้ตอบการสนทนาแบบเห็นหน้าได้ในหัวข้อที่คุ้นเคย
  • Basic Elementary: สามารถสื่อสารในระดับที่พอเข้าใจเอาตัวรอดได้ และเมื่อจำเป็น

ค่าสมัครสอบ TOEIC

1,800 บาท โดยมีค่าส่งไปรษณีย์เพิ่มเติมหากจะให้ผลคะแนนส่งถึงบ้าน (อ่านวิธีการชำระและรายละเอียดอื่นใน section ถัดไป)

วิธีสมัครสอบ TOEIC และการจองวันสอบ

1. ดูว่าเราสะดวกสอบที่ไหนก่อน โดยที่ TOEIC ให้สอบได้ 2 สนามสอบคือ กรุงเทพมหานคร และจังหวัดเชียงใหม่

2. สำรองที่นั่งสอบ โดยที่ต้องทำการสำรองล่วงหน้าอย่างน้อย 1 วัน เลือกได้ว่าจะ Walk-in หรือ โทรไปสมัครสอบก็ได้

  • ศูนย์สอบกรุงเทพ Bangkok Main Office: Center for Professional Assessment (Thailand) Suite 1907, BB Building ชั้น 19 เลขที่ 54 ถนนอโศก สุขุมวิท 21 โทร 0-2260-7061, 0-2259-3990
  • รอบสอบพิเศษ CPA Open Testing (เชียงใหม่): มีการจัดสอบตามรอบพิเศษในเชียงใหม่ (เช่น อาคารศิริพานิช ถ.ห้วยแก้ว) ซึ่งต้องติดตามประกาศและจองล่วงหน้าเท่านั้น

3. เลือกเวลาที่จะสอบ ซึ่งจะมีให้สอบได้ทุกวัน ตั้งแต่จันทร์-เสาร์ (ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์) วันละ 2 รอบด้วยกันคือ รอบเช้าเวลา 9.00 น. กับ รอบบ่ายเวลา 13.00 น.

4. ชำระเงินในวันที่ไปสอบ โดยปัจจุบันการสอบ TOEIC มีค่าใช้จ่ายอยู่ที่ 1,800 บาท ถ้าต้องการทราบคะแนนทางไปรษณีย์จะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มอีก 50 บาท

5. นอกเหนือจากนี้อย่าลืมเตรียมบัตรประชาชนไปเป็นหลักฐานแสดงตนด้วย (ห้ามหมดอายุ) หรืออาจใช้พาสปอร์ต หรือใบขับขี่ (แบบอิเล็กโทรนิกส์) แทนได้

6. ในกรณีต้องการเลื่อนวันสอบ สามารถทำได้ แต่ต้องโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ล่วงหน้าหนึ่งวัน ถ้าไม่โทรแจ้งแล้วหายไปเฉยๆ อาจมีค่าปรับเกิดขึ้นในการสอบครั้งต่อไป

7. การรับผลการสอบ TOEIC สามารถติดต่อขอโดยตรงได้ที่ศูนย์สอบ จะมีข้อแตกต่างตรงที่ศูนย์สอบกรุงเทพฯ ผลคะแนนจะออก 1 วันหลังการสอบ แต่ที่เชียงใหม่ผลคะแนนจะออก 3 วันหลังการสอบ

8. เลือกได้ว่าจะรับคะแนนด้วยตัวเองได้ที่ศูนย์ระหว่าง 10:00 – 16:30 น. วันจันทร์-ศุกร์ หรือต้องการให้ศูนย์สอบส่งผลการสอบทางไปรษณีย์ (จะต้องเสียเงินค่าไปรษณีย์ดังที่ได้บอกไปข้างต้น)

9. ในวันสอบนั้นอย่าลืมแต่งกายสุภาพ ห้ามนำอุปกรณ์สื่อสารทุกชนิดเข้าไปในห้องสอบ จะปิดเครื่องแล้วก็ไม่ได้ ไม่สามารถนำกระเป๋าใดๆ ติดตัวไปได้เช่นกัน เรียกได้ว่าต้องเข้าห้องสอบแบบตัวเปล่านั่นเอง

7 เทคนิคการเตรียมตัวสอบ TOEIC – Listening and Reading

1. ประเมินและรู้ระดับภาษาของตัวเองก่อน

ก่อนที่จะเริ่มต้นเตรียมตัวสอบ TOEIC หรืออ่านหนังสือเพื่อพัฒนาทักษะของตัวเอง ต้องประเมินตัวเองและรู้ว่าตัวเองอยู่ในระดับทักษะระดับประมาณใดก่อน การประเมินตัวเองนั้นไม่ได้ทำไปเพื่อให้รู้สึกท้อแท้ หากที่สุดแล้วว่าพบว่าตัวเองมีทักษะอยู่น้อย แต่ทำไปเพื่อที่จะได้เริ่มต้นพัฒนาได้อย่างถูกจุด รู้เขา รู้เรา รบร้อยครั้ง ชนะร้อยครั้ง จะเอาแต่รู้แต่แนวข้อสอบอย่างเดียว โดยที่ไม่สำรวจจุดแข็งจุดอ่อนของตัวเองเลยคงจะทำให้พัฒนาตัวเองได้ยาก

2. ฝึกทำข้อสอบย้อนหลัง

อย่างที่เราได้ยินกันบ่อยๆ ว่า ‘Practice makes perfect’ การฝึกทำข้อสอบจะทำให้เราสามารถคุ้นชินกับการทำข้อสอบ TOEIC มากขึ้นเรื่อยๆ รวมทั้งได้เรียนรู้ข้อที่ผิดพลาดไปด้วยในทุกครั้งที่มาดูเฉลยตอนตรวจคำตอบ กล่าวคือ ได้เรียนรู้จากการลงมือทำจริง และเรียนรู้จากข้อผิดพลาดของตัวเองนั่นเอง เพื่อให้สมจริงที่สุด ตอนฝึกทำอย่าลืมจับเวลาให้เหมือนเวลาจริงในการสอบหล่ะ ไม่ได้มีแค่พาร์ทที่เป็น Reading นะที่จะฝึกได้ พาร์ทที่เป็น Listening ก็ฝึกได้ไม่ต่างกันเลย มีข้อสอบแบบ Listening ให้ฝึกได้ฟรีใน Youtube เยอะมาก

ตัวอย่างช่องรวมข้อสอบพาร์ทฟัง (Listening) ใน TOEIC

หรือถ้าใครที่เบื่อจะฟังเสียงบทสนทนาจากข้อสอบ อยากจะฝึกฟังอะไรที่น่าสนใจนอกเหนือไปจากแค่ข้อสอบ แถมยังให้ความบันเทิงได้มากกว่า จะเปลี่ยนมาหาซีรี่ส์ดูก็ได้นะ ซีรี่ส์ที่มีบทสนทนาที่เกี่ยวข้องกับการทำงานและการทำธุรกิจอย่าง “The Office” หรือ “House of Card” ก็ค่อนข้างน่าสนใจทีเดียว

Tips: หากคุณมีเวลาเตรียมตัวสอบ TOEIC 1 เดือน ควรแบ่งเวลาทำโจทย์ทุกวัน แต่ถ้าต้องเตรียมตัวสอบ TOEIC 1 อาทิตย์ให้เน้นทำ Mock Test วันละชุดเพื่อความเคยชินกับความกดดัน

3. ฝึกการหาคำตอบที่เป็นไปได้มากที่สุด > คำตอบที่ถูกที่สุด

การเตรียมตัวสอบโทอิคที่ดีคือการฝึกหาคำตอบที่ “เข้ากับสถานการณ์” มากที่สุด บางครั้งตัวเลือกอาจดูถูกทุกข้อ แต่ให้ฝึกหาคำตอบที่น่าจะเป็นไปได้และเกี่ยวข้องมากที่สุดในสถานการณ์ (ของคำถามในข้อสอบ) ไม่ใช้หาคำตอบที่ถูกที่สุด บางครั้งคำตอบอาจจะไม่มีข้อไหนที่ผิด ข้อใดๆ ก็อาจจะเป็นประโยคหมดได้ แต่ข้อที่เกี่ยวข้องกับโจทย์มากที่สุดจะต้องมีข้อเดียว และเราต้องหาให้เจอ

ตัวอย่างเช่น เวลาโจทย์ให้บทสนทนาหรือ passage มา แล้วโยนคำถามมากว้างๆ ว่า From the passage, we can infer that _______? ซึ่ง infer หมายถึงการอนุมานหรือสรุปเอาจากข้อความหรือบทสนทนาที่โจทย์ให้มา ข้อสอบที่ถามลักษณะนี้ มักจะให้โจทย์ที่มีประโยคที่ถูกต้องทั้งหมดนั่นแหละ แต่ข้อที่เกี่ยวข้องจริงๆ จะมีเพียงข้อเดียว

เวลาทำข้อสอบต้องอย่าเผลอเอาประโยคเหล่านั้นมาคิดเป็นจริงเป็นจริงตามสถานการณ์จริงจะทำให้เสียเวลา ให้คิดตามสถานการณ์ของข้อสอบเท่านั้น

4. ระหว่างสับสนคำศัพท์ที่ออกเสียงเหมือน/คล้ายคลึงกัน

ให้ระวังเป็นพิเศษกับคำศัพท์ภาษาอังกฤษที่ออกเสียงเหมือนหรือคล้ายคลึงกัน แต่ความหมายแตกต่างกัน อาจจะทำให้เราสับสนแล้วตอบผิดได้ ตัวอย่างเช่น คำว่า effect กับ affect ดูเหมือนกันจะเหมือนกันแต่ไม่เหมือนกัน ความหมายแตกต่างกัน ใช้ในสถานการณ์ที่แตกต่างกัน affect ใช้ในความหมายถึงว่ามีอิทธิพลกับบางสิ่ง แต่ effect จะหมายถึงเป็นผลทำให้บางสิ่งเกิดขึ้น เห็นไหมว่าน่าสับสนมาก เพราะนอกจากจะออกเสียงคล้ายกัน ความหมายก็สุดแสนจะใกล้เคียงกันไปอีก ต้องระวังในจุดนี้ให้ได้ การจดจำความต่างและบริบทการใช้คือส่วนสำคัญในการเตรียมตัวสอบ toeic เพื่อไม่ให้เสียคะแนนง่ายๆ

5. ท่องศัพท์ ท่องศัพท์ ท่องศัพท์

การรู้ศัพท์เยอะอาจจะไม่ได้เป็นยาสูตรครอบจักรวาลหรอก บางครั้งรู้ศัพท์เยอะอย่างเดียวก็ไม่ได้ช่วยทำให้สอบได้คะแนนดีซะทีเดียว เพราะจะทำข้อสอบได้ดีต้องมีหลายทักษะหลายส่วนมากผนวกกัน แต่การสะสมคลังคำศัพท์และท่องศัพท์นั้นนับว่าเป็นเรื่องที่ทำได้ง่าย ทำได้ทุกวันทุกที่ทุกเวลา ไม่ต้องใช้เวลาเยอะ แนะนำให้หาหนังสือเตรียมสอบ TOEIC หรือชีทศัพท์แล้วปิดด้านที่เป็นความหมายไว้ แล้วนั่งไล่สายตาไปทีละตัวแล้วพูดความหมายของคำออกในใจ เป็นวิธีง่ายๆ ที่สามารถทำได้ตอนนั่งรถประจำทาง ช่วงเวลา 5 นาทีก่อนนอน สะสมไปเรื่อยๆ ทุกวัน รู้ตัวอีกทีก็เพิ่มพูนคลังคำศัพท์ได้เยอะแยะในเวลาไม่นานเลย

เวลาทำข้อสอบแล้วมีคำศัพท์ที่เราไม่รู้ 1 คำ แต่ถ้าเรามีคลังคำศัพท์ในหัวเยอะบังเอิญรู้ความหมายของอีก 3 คำที่เหลือที่ปรากฏอยู่ในตัวเลือก เราก็ใช้คำที่เรารู้มาช่วยสรุปหาคำตอบที่เป็นไปได้มากที่สุดออกมา กล่าวคือ การรู้ศัพท์เยอะ อาจมีส่วนช่วยให้เราสามารถตัดช้อยส์ และเลือกข้อที่ถูกต้องได้เลยหล่ะ

6. ฝึกฟังโจทย์ให้ดี

ในพาร์ทการฟัง การเตรียมตัวก่อนสอบ TOEIC ที่สำคัญคือการฝึกสมาธิ อย่าละเลยการฟังคำสั่ง (Direction) เมื่อผู้อ่านคำสั่งอ่านจบ บทสนทนาของข้อสอบการฟังจะเริ่มขึ้น เสียงผู้พูดก็จะเปลี่ยนไป ซึ่งหมายความว่าตรงนั้นเป็นพาร์ทของข้อสอบแล้ว อาจจะต้องมีส่วนที่เราต้องจดโน้ตรายละเอียดที่ได้จากการฟังจำพวก วัน เวลา สถานที่ ชื่อคน เพราะเผลอเหม่อลอยระหว่างทำข้อสอบเข้าเสียหล่ะ

7. เตรียมตัวรับอุปสรรคในห้องสอบด้วย

หลายคนอาจจะมีคำถามว่า สอบ toeic ต้องเตรียมอะไรบ้าง? นอกจากความรู้แล้ว อย่าลืมเตรียมพร้อมด้านร่างกายด้วย เช่น ฟังเสียงข้อสอบพาร์ทการฟังได้ไม่ค่อยชัด เพราะเสียงที่ได้ยินที่ห้องสอบย่อมต้องแตกต่างจากที่เราฝึกซ้อมฟังมากจากคอมพิวเตอร์ของตัวเอง ดังนั้นอย่าลืมคำนึงถึงจุดนี้

อีกปัญหาที่คนเจอบ่อยๆ คือเรื่องอุณหภูมิในห้องสอบที่เย็นเกินไปจนทำให้สมาธิกระเจิดกระเจิง ฟังดูเหมือนเป็นเรื่องเล็ก แต่เวลาที่ต้องการสมาธิมากๆ เราก็ควรทำตัวให้อยู่ในอุณหภูมิที่เย็นสบายมากกว่าหนาวสั่นจริงไหม ดังนั้นอย่างลืมเตรียมเสื้อแขนยาวไปใส่ในห้องสอบด้วยนะ

การเตรียมตัวสอบ TOEIC ให้สำเร็จ เริ่มต้นที่ความมั่นใจ

ไม่ว่าจะเป็นการเตรียมตัวสอบ TOEIC ด้วยตนเอง หรือการติวเข้ม การมีวินัยคือสิ่งสำคัญที่สุด แต่สำหรับใครที่ต้องการคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ EFL Learning Centre สถาบันสอนภาษาในเชียงใหม่ ที่พร้อมช่วยคุณด้วยคอร์สเรียนภาษาอังกฤษที่ออกแบบมาเพื่อการสอบ TOEIC โดยเฉพาะ หากคุณกำลังหาที่เรียนภาษาอังกฤษในเชียงใหม่ เพื่อเตรียมสอบให้ผ่านในรอบเดียว สามารถติดต่อเราเพื่อปรึกษาวางแผนการเรียนได้ตลอดเวลา เรายินดีให้บริการคุณ

โดย EFL Learning Centre

ศูนย์การเรียนรู้ EFL แบ่งปันคำแนะนำที่นำไปใช้ได้จริง อัปเดตข่าวสารของโรงเรียน และข้อมูลเชิงลึกด้านการเรียนภาษาอังกฤษ สำหรับนักเรียน ผู้ปกครอง และพันธมิตรด้านการศึกษา พร้อมสำรวจแนวทางที่เป็นประโยชน์เกี่ยวกับการพัฒนาทักษะภาษา การเตรียมตัวสอบ เส้นทางการศึกษา และโอกาสในการเรียนอย่างมั่นใจ

แชร์

ข่าวสารอื่นๆ

EFL เชียงใหม่ ขับเคลื่อน SDG 4 สู่ “1 โรงเรียน 3 ระบบ”

ธนาคารหน่วยกิตคืออะไร? นอกห้องเรียนก็สะสมหน่วยกิตได้

ลูกไม่อยากไปโรงเรียนมัธยม ทำอย่างไร? 7 สัญญาณที่อาจถึงเวลามองหาทางเลือกใหม่

เปิดประตูการศึกษาแห่งอนาคต! “ศูนย์การเรียน EFL – Education for Future Learning”

มีคำถามเพิ่มเติมใช่หรือไม่?

พูดคุยกับทีมงานของเราเพื่อเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับคอร์สภาษาอังกฤษ การเตรียมสอบ และเส้นทางการเรียนรู้ทางวิชาการที่

EFL Learning Centre School

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า